
การป่วยเป็นโรค ไม่ว่าจะเป็นอาการเจ็บป่วยจากโรคใดก็ตาม สิ่งที่สำคัญในการรักษา คือ การวินิจฉัยจากแพทย์ที่ถูกต้อง นั่นก็เพื่อให้การรักษาเป็นไปได้อย่างตรงจุดมากที่สุด โดยการวินิจฉัยหรือการตรวจโรคสามารถทำได้จากหลากหลายวิธี ซึ่ง MRI ก็เป็นหนึ่งในวิธีการตรวจวินิจฉัยโรค ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้ยินกันอยู่บ่อย ๆ แล้วรู้หรือไม่ว่า การตรวจหาโรคด้วยวิธี MRI คืออะไร ใครที่ไม่สามารถรักษาได้ ในบทความนี้จะมาบอกให้ได้รู้จัก และเข้าใจเกี่ยวกับการตรวจโรคด้วยวิธีนี้กัน
การตรวจแบบ MRI คืออะไร
การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือที่เรียกกันว่า MRI (Magnetic Resonance Imaging) เป็นวิธีการตรวจร่างกายที่ใช้เครื่องตรวจแบบคลื่นสนามแม่เหล็กเข้มข้นสูง และจะเป็นเครื่องที่มีคลื่นความถี่ในย่านความถี่วิทยุ โดยเครื่องทำการสร้างภาพเสมือนจริงของอวัยะต่าง ๆ ภายในร่างกายขึ้นมา เพื่อให้แพทย์ใช้สำหรับการวินิจฉัยโรคของผู้ป่วย โดยเฉพาะในส่วนของหัวใจ สมอง กระดูก กล้ามเนื้อ และอวัยวะส่วนอื่น ๆ ที่เป็นมะเร็ง
การตรวจหาโรคด้วยวิธี MRI นี้ จะมีการแสดงผลออกในรูปแบบของภาพ โดยภาพที่แสดงจะเป็นระนาบแนวยาวขวาง แนวเฉียง และแนวนาว ซึ่งภาพที่ได้จะเป็นแบบ 3 มิติ ที่จะช่วยทำให้แพทย์สามารถเห็นจุดผิดปกติในร่างกายผู้ป่วยได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ที่สำคัญการตรวจหาโรคด้วยวิธีนี้ไม่ได้เป็นอันตรายต่อผู้ที่เข้ารับการตรวจ
บุคคลต้องห้ามเข้ารับการตรวจหาโรคด้วยวิธี MRI
แม้ว่าการตรวจหาโรคจากการทำ MRI จะไม่ได้เป็นอันตรายต่อผู้ที่เข้ารับการตรวจก็ตาม แต่ก็มีบุคคลบางประเภทที่ไม่สามารถเข้ารับการตรวจด้วยวิธีนี้ได้ ซึ่งก็ได้แก่
– สตรีมีครรภ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่มีการตั้งครรภ์อยู่ในช่วง 3 เดือนแรก
– ผู้ที่ทำการผ่าตัดคลิปอุดหลอดโลหิต (aneurysm clips)
– ผู้ที่ทำการผ่าตัดฝังอวัยวะเทียมภายในหู (ear implants)
– ผู้ที่ทำการผ่าตัดใส่เครื่องกระตุ้นการทำงานของหัวใจ เพื่อให้หัวใจทำงานได้เป็นเป็นจังหวะ
– ผู้ที่มีโลหะต่างๆ อยู่ภายในร่างกาย เช่น โลหะดามที่กระดูก กระสุนปืน เป็นต้น
สำหรับที่กล่าวมานี้ ก็คงทำให้ได้เข้าใจเกี่ยวกับการตรวจหาโรคด้วยวิธี MRI กันมากขึ้นแล้ว ว่าจริง ๆ การตรวจหาโรคด้วยวิธีนี้เป็นอย่างไร แล้วใครบ้างที่ห้ามเข้ารับการตรวจ ซึ่งการตรวจหาโรคด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาก ๆ แต่ถึงอย่างนั้น ผู้ที่เข้ารับการตรวจก็จำเป็นที่จะต้องทำตามกฎ และข้อปฏิบัติจากแพทย์อย่างเคร่งครัด นั่นก็เพื่อที่จะให้ได้ผลตรวจที่ถูกต้องและแม่นยำมากที่สุดนั่นเอง
