
การดูแลผู้ป่วยที่รับประทานอาหารเองไม่ได้ด้วยการให้อาหารทางสายยาง ถือเป็นวิธีการที่ช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานและสารอาหารอย่างเพียงพอเพื่อนำไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่สร้างความกังวลใจให้แก่ญาติหรือผู้ดูแลมือใหม่มากที่สุด คือการกำหนดจำนวนมื้ออาหารผู้ป่วยทางสายยางที่เหมาะสมในแต่ละวัน รวมถึงความกังวลที่ว่าหากให้ผิดวิธีจะส่งผลเสียอย่างไรบ้าง วันนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น พร้อมเคล็ดลับที่จะช่วยให้การดูแลผู้ป่วย หรือ ผู้รับการดูแลกลายเป็นเรื่องที่ง่ายและปลอดภัย
อาหารผู้ป่วยทางสายยาง ควรแบ่งกี่มื้อ?
ตามปกติแล้ว ร่างกายของคนเราจำเป็นต้องได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอรวม 3 มื้อต่อวัน เพื่อรักษาความสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้ผันผวนจนเกินไป แต่สำหรับอาหารผู้ป่วยทางสายยางนั้น จำนวนมื้อที่เหมาะสมบางรายอาจแบ่งเป็น 4-5 ครั้งต่อวัน แต่ต้องขึ้นกับแผนการรักษาและความสามารถในการรับอาหารของผู้ป่วยแต่ละราย เนื่องจากหากมีการให้อาหารในปริมาณที่มากเกินไปในคราวเดียว อาจส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดอาการจุกเสียด แน่นท้อง หรือรุนแรงถึงขั้นอาเจียนออกมาได้ ซึ่งการแบ่งมื้ออาหารให้เล็กลงแต่บ่อยขึ้นนั้น ส่งผลดีต่อร่างกายในหลากหลายด้าน ดังนี้
- เสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบย่อยอาหาร ช่วยให้กระเพาะอาหารมีเวลาในการค่อย ๆ ย่อย และสามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ทีละน้อย
- ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน การแบ่งมื้ออาหารจะช่วยป้องกันไม่ให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังรับประทานอาหาร
- ลดปัญหาอาการท้องอืดและแก๊สในกระเพาะ การให้อาหารครั้งละมาก ๆ มักทำให้เกิดลมหรือแก๊สในกระเพาะอาหารจำนวนมาก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอึดอัดและทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่สบายตัวได้
ความเสี่ยงที่ต้องระวัง เมื่อให้อาหารผู้ป่วยทางสายยางผิดวิธี
หลายท่านอาจมองว่าขั้นตอนการให้อาหารทางสายยางเป็นเรื่องที่ไม่ซับซ้อน เพราะเพียงแค่ให้อาหารผ่านสายให้อาหารตามปกติเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงหากเราประมาทก็อาจเกิดข้อผิดพลาดจนนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลอันตรายต่อตัวผู้ป่วยได้ ต่อไปนี้คือตัวอย่างภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง ที่อาจเกิดขึ้นหากมีการให้อาหารผู้ป่วยทางสายยางผิดวิธี
1. ภาวะสำลักและโรคปอดอักเสบ
นี่คือปัญหาสำคัญที่น่ากังวลใจที่สุด เนื่องจากการให้อาหารด้วยความเร็วที่มากเกินไป หรือการจัดท่าทางของผู้ป่วยในขณะให้อาหารไม่ถูกต้อง อาจทำให้อาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาและหลุดเข้าไปในหลอดลมจนลงสู่ปอดได้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการติดเชื้อในปอดอย่างรุนแรงตามมาในที่สุด
2. อาการท้องเสียเรื้อรัง
หากกระบวนการเตรียมอาหารผู้ป่วยทางสายยางไม่สะอาดเพียงพอ หรือมีการปรุงสูตรอาหารที่มีความเข้มข้นสูงจนเกินไป อาจส่งผลให้ระบบลำไส้ของผู้ป่วยปรับตัวไม่ทันและขับถ่ายออกมาเป็นน้ำได้ ซึ่งภาวะนี้จะทำให้ร่างกายสูญเสียทั้งน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็ว หากอาการรุนแรงก็อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะช็อกได้
3. อาการท้องอืดและปัญหาอาหารตกค้าง
ในกรณีที่มีการให้อาหารมื้อใหม่เข้าไปในขณะที่อาหารมื้อเก่ายังย่อยไม่หมด อาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการท้องป่อง รู้สึกแน่นท้อง อึดอัด และมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการอาเจียน หรือมีอาหารไหลย้อนกลับได้
แม้ว่าในช่วงแรก การให้อาหารผู้ป่วยทางสายยางอาจดูเหมือนเป็นเรื่องที่มีขั้นตอนทางเทคนิคที่ซับซ้อนและน่ากังวลใจ แต่หากเราทำความเข้าใจถึงจังหวะเวลาที่เหมาะสม ทราบเหตุผลว่าทำไมจึงควรแบ่งมื้ออาหารในแต่ละวันให้พอดี รวมถึงมีความตระหนักและรู้เท่าทันความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น การดูแลส่วนนี้ก็จะค่อย ๆ กลายเป็นกิจวัตรประจำวันที่สร้างความสุขทางใจและความอุ่นใจให้แก่ทั้งตัวผู้ดูแลและผู้รับการดูแลเอง
