โรคเบาหวาน หนึ่งในโรคกลุ่มเสี่ยงที่ร้ายแรงถึงขั้นสามารถเสียชีวิตได้ถ้าหากไม่ทำการรักษา หรือละเลยการรักษาที่ถูกวิธีจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และยังเป็นโรคที่จะนำมาสู่อาการของโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ มากมายที่จะตามมาเช่น โรคหัวใจ โรคความดัน โรคไต และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยเบาหวานนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลาย ๆ สาเหตุที่แตกต่างกันไป ซึ่งในบทความนี้เราจะมาดูกันว่าโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง 

เรียนรู้โรคเบาหวาน โรคใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม 

ในคนทั่ว ๆ ไปเมื่อรับประทานอาหารเข้าสู่ร่างกาย น้ำตาลในเลือดก็จะสูงขึ้น หลังจากนั้นร่างกายจะทำการปล่อยฮอร์โมนอินซูลิน ออกมาเพื่อพาน้ำตาลเหล่านั้นเข้าสู่เซลล์ในร่างกาย แต่สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานนั้น เมื่อรับประทานอาหารเข้าไปแล้วนั้น น้ำตาลในเลือดจะพุ่งสูงกว่าปกติ เพราะเกิดจากความผิดปกติของตับอ่อนส่งผลให้การหลังฮอร์โมนอินซูลินน้อยกว่าปกติ หรือเกิดภาวะดื้ออินซูลิน ส่งผลให้อินซูลินออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่นัก ซึ่งโรคเบาหวานนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ชนิดได้แก่ 

  • เบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากร่างกายขาดฮอร์โมนอินซูลิน ส่วนมากมักเกิดในวัยเด็ก จึงต้องรักษาด้วยการฉีดยาอินซูลินเข้าใต้

ผิวหนัง 

  • เบาหวานชนิดที่ 2 เกิดจากร่างกายมีภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งจะพบได้ในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่คนในครอบครัวมีประวัติเป็นเบาหวาน 

โดยระยะแรกสามารถใช้ยารับประทานได้ แต่บางรายอาจจำเป็นต้องใช้ยาฉีดอินซูลิน

  • โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เกิดขึ้นได้ในผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ และจะหายได้เองหลังจากที่คลอด
  • โรคเบาหวานที่มีสาเหตุจำเพาะ อย่างเช่นตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง โรคที่มีความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ หรือการรับประทานยาที่

สารสเตียรอยด์ 

อาการเริ่มแรกสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน 

ในตอนแรกเริ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานอาจจะยังมีน้ำตาลในเลือดไม่สูงมาก อาจจะไม่เด่นชัด แต่คุณสามารถสังเกตอาการและไปพบกับแพทย์ได้ตามอาการดังต่อไปนี้ 

1. อาการที่น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น คือการรับประทานอาหารเก่งขึ้น หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย หากไม่ได้รับการรักษาเป็นเวลานาน ๆ อาจจะมีน้ำหนักที่ลดลงตามมาในภายหลัง 

2. อาการแทรกซ้อน คืออาการที่ตามมาจากอาการป่วยของโรคเบาหวาน เช่น ตามัว ไตวาย ชาไปตามปลายนิ้วมือนิ้วเท้า  กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด 

3. อาการน้ำตาลสูงเฉียบพลัน เช่น อ่อนเพลีย คลื่นไส้อาเจียน หายใจหอบเหนื่อย ระดับความรู้สึกเปลี่ยนแปลงไป ซึมหรืออาจหมดสติไป 

4. อาการที่สัมพันธ์กับโรคเบาหวาน เช่น แผลหายยาก แผลหายช้ากว่าปกติ เลือดไหลเยอะกว่าปกติเมื่อเกิดแผล 

อย่างไรก็ตามหากคุณพบว่าร่างกายของคุณมีความผิดปกติตามที่เราได้ยกตัวอย่างไปแล้วละก็ ให้คุณเข้ารับการตรวจกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในทันที เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องตามโรคที่เกิดขึ้น ไม่ควรปล่อยละเลยเพราะอาจจะส่งผลให้โรคแทรกซ้อนตามมาในภายหลัง และอาจส่งผลให้เสียชีวิตได้ในที่สุด  

Explore More

แนะนำยาบำรุงสมรรถภาพเพศชาย 2026

Male sexual performance supplement

เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ผู้ชายบางคนอาจพบปัญหาสมรรถภาพทางเพศ เช่น การแข็งตัวไม่เต็มที่ แข็งตัวได้ไม่นาน หรือมีความต้องการทางเพศลดลง ปัญหาเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ทั้งอายุ ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงโรคประจำตัวบางชนิด ดังนั้นการดูแลสุขภาพโดยรวมจึงเป็นส่วนสำคัญในการดูแลสมรรถภาพทางเพศ สำหรับผู้ที่มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ปัจจุบันมียาที่ใช้ในการรักษาโดยเฉพาะ เช่น sildenafil และ tadalafil ซึ่งอยู่ในกลุ่มยา PDE5 inhibitors และแนวทางเวชปฏิบัติของ European Association of Urology ระบุว่ายากลุ่มนี้เป็นหนึ่งในแนวทางการรักษาขั้นแรกของภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ อย่างไรก็ตาม

ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ: สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มใช้งาน

ล้าง จมูก ด้วย น้ำเกลือ

การดูแลสุขภาพระบบทางเดินหายใจโดยเฉพาะโพรงจมูกเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจมูกเป็นทางผ่านของอากาศและสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ การ ล้าง จมูก ด้วย น้ำเกลือ จึงเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะช่วยชะล้างฝุ่นละอองและเมือกที่สะสมในโพรงจมูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก่อนจะเริ่มใช้งานจริง เราควรรู้ข้อมูลและข้อควรระวังต่าง ๆ เพื่อการดูแลที่ถูกต้องและปลอดภัย บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องนี้อย่างครบถ้วน ทำไมต้องล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ? น้ำเกลือที่ใช้สำหรับล้างจมูกนั้นมักเป็นน้ำเกลือที่มีความเข้มข้น 0.9% หรือที่เรียกว่า Normal Saline ซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำในร่างกาย ทำให้ไม่ระคายเคืองโพรงจมูก การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือช่วย วิธีล้างจมูกด้วยน้ำเกลืออย่างถูกต้อง เตรียมอุปกรณ์ ขั้นตอนการล้างจมูก สิ่งที่ควรระวังก่อนและหลังล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ใครควรล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ? สรุป

ทำความรู้จักกับยาบำรุงเลือด

Blood tonic Hematinic

สำหรับร่างกายของเราแล้ว เลือดนั้นมีหน้าที่สำคัญในการนำออกซิเจนและอาหารไปยังเซลล์และเนื้อเยื่อของอวัยวะทุกอวัยวะในร่างกาย และขนส่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเซลล์เนื้อเยื่อมายังปอดเพื่อกำจัดของเสียออกจากร่างกายต่อไป นอกจากนี้เลือดยังเป็นระบบป้องกันด้วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และช่วยในการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายอีกด้วย หลายคนนั้นมองข้ามความสำคัญของเลือด และไปบำรุงส่วนอื่นๆ มากกว่า วันนี้เราจะชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับยาบำรุงเลือดกันเลยดีกว่า ยาบำรุงเลือดคืออะไร ยาบำรุงเลือด หรือยาบำรุงโลหิต  คือยาที่ช่วยในการเสริมสร้างเม็ดเลือดแดงให้มีความสมบรูณ์ และช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดทำงานได้ดี ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นยาที่ช่วยเสริมธาตุเหล็กให้ร่างกายนั่นเอง โดยส่วนใหญ่แล้วในการบำรุงเลือดนั้นจะเป็นการเสริมด้วยธาตุเหล็ก โฟลิก และวิตามินบี12เพราะ ทั้ง 3 อย่างนี้ เป็นวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นอย่างมากต่อการสร้างเม็ดเลือด เหตุผลที่ต้องใช้ยาบำรุงเลือด อย่าทงี่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าเลือกนั้นสำคัญต่อร่างกาย ซึ่งหากเลือดในร่างกายของเรานั้นมีปริมาณน้อยหรือมีความเข้มข้นน้อย หรือมีขนาดรูปร่างไม่สมบรูณ์ ก็อาจส่งผลเสียหรืออันตรายต่อสุขภาพได้ ซึ่งจะส่งผลให้ร่างกายมีการผลิตออกซิเจนได้น้อยลงกว่าปกติ ส่งผลให้รู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย